ธรรมะธรรมชาติย่อมบำบัดมนุษย์ได้ดีเสมอ

                       

ในครั้งพุทธกาลแพทย์ประจำพระองค์ที่มีชื่อเสียงมาก คือชีวกโกมารภัจจ์ซึ่งจบการแพทย์มาจากตักสิลาซึ่งถือได้ว่าเป็นสำนักที่มี
ช่ื่อเสียงระดับมาสเตอร์เลยทีเดียว.... เล่ากันว่าตอนเรียนที่ตักสิลาชีวกโกมารภัจจ์ ปรารถนาจะกลับบ้านแล้ว เพราะเรียนมานานถึง
7 ปีแล้ว จึงไปถามอาจารย์ว่าจะได้กลับบ้านหรือยังอาจารย์ตอบมาด้วยความเมตตาว่าตำรับยามีมากมายหลายอย่างตั้งใจจะให้อยู่
สักแต่เมื่ออยากกลับแล้ว เอาแบบนี้ขอทดสอบความรู้หน่อย ถ้าผ่านก็กลับได้อาจารย์บอกว่าให้เดินทางไปทั้ง 4 ทิศภายในรัศมี 400 
เส้น ให้ดูว่าหญ้าชนิดไหน ใบไม้ชนิดไหน เปลือกไม้ชนิดไหนที่ทำยาได้บ้างแก้โรคอะไรบ้าง แล้วแบบไหนที่ไม่สามารถทำยาได้บ้าง
ครั้นชีวกเดินไปครบ 7 วันทั้ง 4 ทิศกลับมารายงานอาจารย์เจียรนัยจนหมดแล้วก็สรุปลงตรงคำว่า  “ใบไม้ หญ้า  เปลือกไม้ทุกอย่าง 
ในชมพูทวีปล้วนเป็นยาทั้งหมด  อาจารย์จึงลูบศีรษะแล้วบอกว่าชีวกเรียนรู้จบหมดแล้วการเดินทางกลับบ้านของชีวกได้เข้าไปช่วย 
ยเหลือผู้คนมากมายและได้เป็นแพทย์ประจำพระองค์พระเจ้าพิมพิสารเมื่อพระพุทธเจ้าทรงไม่ถ่าย(พระบังคนหนัก) พระอานนท์ได้ 
กราบทูลว่าจะเชิญชีวกมารักษาเมื่อชีวกทราบข่าวจึงปีติและไม่ได้ปฏิเสธ  หมอชีวกใช้ก้านอุบลอบสามก้านแล้วนำไปถวายให้พระ
พุุทธองค์สูดดมจนครบทั้งสามก้านปรากฏว่าไม่นานก็ทรงถ่ายจนหมดอาการกลับมาเป็นปกตินับแต่นั้นชีวกได้เป็นแพทย์ประจำพุทธ
องค์ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่งนับว่าสูตรยาของหมอชีวกที่ร่ำเรียนมานั้นได้ผลเป็นอย่ามาก คนโบราณ นิยมยาสมุนไพรในการรักษา และ
มีการสืบทอดมายาวนานแต่สมุนไพรนั้นผู้ที่จะทำการรักษาก็ต้องมีความรู้ความชำนาญและควรรู้ว่ายาบางอย่างไม่ต้องทานต่อเนื่อง
ยาบางอย่างควรทานอย่างไรจำได้คราวๆ ในตำรายาโบราณของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี นครปฐมมีการจดบันทึก
เอาไว้อย่างเป็นหลักฐานว่า ยาบางตัวนั้นมีฤกษ์เก็บในยามเช้ายาบางตัวนั้นมีฤกษ์เก็บในยามค่ำ  ไม่ใช่เป็นเพราะความเป็นสิริมง
คลอะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่า สมุนไพรบางอย่างคลายตัวยาแล้วรีดพิษออกในยามเช้า บางสมุนไพรรีดพิษในยามบ่ายเท่านั้นเอง
แม้จะผ่านกาลเวลามาเนินนานเท่าไหร่เรื่องของยาสมุนไพรกับคนไทยก็ได้มีการสนับสนุนและพัฒนาปรับปรุงให้ถูกลักษณะมาก
ยิ่งขึ้น แล้วดูเหมือนว่าหลักวิชาของสมุนไพรสาขาต่างๆ นั้น ผู้ที่จะปรุงต้องมีการผ่านการรับรองต่างๆนั้นผู้ที่จะปรุงต้องมีการผ่าน 
การรับรองต่างๆนั้น ผู้ที่จะปรุงต้องมีการผ่านการรับรองต่างๆ มากมายในยุคปัจจุบัน และผู้ที่เป็นหมอยาสมุนไพรก็ต้องมีคุณธรรม
หรือมีธรรมะประจำใจอยู่ด้วยจึงจะสามารถเป็นหมอตามตำราโบราณกล่าวไว้ในยุคนี้ผมชอบหลักคิดของหมอฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร
หรือที่คนทั้งประเทศรู้จักกันในนาม หมอเส็ง ผมดูหมอเส็งออกรายการวู้ดดี้แล้วชอบแนวคิดเมื่อมีโอกาสพบหมอเส็งเลยถามถึง
แนวทางความคิดเพิ่มเติมหมอเส็งให้ความเป็นกันเองแม้ว่าจะอยู่ในขั้นเศรษฐีหมอยาแล้วก็ตามหมอเส็งเล่าให้ฟังว่า“วิชาผมสืบ
ทอดมาจากพ่อ เป็นตำรับยาโบราณทั้งสิ้น เป็นยาสมุนไพรจีน ที่มีการสืบทอดมานานหลายอายุคน  ผมตระหนักเสมอว่าเราเป็น
หมอจะต้องทำให้ผู้ป่วยอย่างเต็มที่ วันนี้อายุ 78 ปีแล้ว คุณดูนะ คนมารอวันหนึ่งมากมายเข้าคิวยาว300กว่าเป็นแบบนี้ทุกอาทิตย์
“ผมต้องรักษาเขา ช่วยเหลือเขา ให้เต็มกำลังความรู้ความสามารถ  ไม่เอาเปรียบ ตรงไปตรงมาไม่มีการโกหกหลอกลวง  แต่ต้อง 
บอกก่อนว่า คนที่มารักษาด้วยสมุนไพรนี่ โดยมากทานยาฝรั่งมาเยอะแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จึงลองมาทานสมุนไพรดูบางคนก็ดีขึ้น บาง 
ทุเลาอาการไป ซึ่งเรื่องแบบนี้แล้วแต่อาการหนักเบาของแต่ละคน“ผมอยู่มาได้หลายสิบปี เพราะผมเน้นเรื่องการตรงไปตรงมา 
แค่เพียงซื่อสัตย์เพียงอย่างเดียวก็สามารถครอบคลุมไปได้หมดทุกข้อธรรมแล้ว ธรรมะที่ผมยึดมาโดยตลอด คือ ข้อนี้ ไม่เอา 
เปรียบใคร  เงินทุกบาทของคนไข้ มีคุณค่ามีความหมายดังนั้น เขาก็ต้องได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าเช่นเดียวกันจิตวิญญาณ
ของผมเป็นหมอยาสมุนไพร  ผมก็ต้องทำให้คุ้มค่า ผมก็ต้องใช้จิตวิญญาณของผมทุ่มเท ไม่ผิดสัจจะกับคนไข้ทุกคน”เป็นเสียง
ประกาศก้องจากหมอสมุนไพรชั้นนำของสังคมไทยในวันนี้  บุคคลที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะสาขาอาชีพใดๆ ก็ตามต่างก็มี
หลักธรรมในใจของตัวเอง เป็นที่ยึดเหนี่ยวเสมอ แม้กาลเวลาผ่านไปหลายพันปีแล้ว เรื่องของสมุนไพรก็ยังคงอยู่คู่กับมนุษย์
์แบบนี้ไปอีกนานจนกว่าโลกนี้จะถึงกัลปาวสานเชื่ออย่างนั้นจริงๆเพราะว่าธรรมชาติย่อมบำบัดในความเป็นธรรมชาติของมนุษย์
ได้ดีกว่าสารเคมีเสมอ
Visitors: 202,180